แนวทางการติดตั้ง Rack & Pinion ที่ถูกต้อง 
1 การเตรียมความพร้อมก่อนติดตั้ง (Check and Preparation)
- ต้องตัดแหล่งจ่ายไฟเสมอในระหว่างการติดตั้งและซ่อมบำรุงเพื่อความปลอดภัย และป้องกันไม่ให้มีใครเผลอเปิดเครื่องขณะทำงาน
- ควรสวมถุงมือและทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของแร็คและแท่นเครื่อง (Machine bed) อย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนขอบคมบาดหรือสารกันสนิมกัดกร่อน
- ห้ามใช้ แร็คที่มีความเสียหายหรือยังไม่ได้ทำความสะอาดโดยเด็ดขาด
- ควรนำแร็คที่ทำความสะอาดแล้วมาวางทิ้งไว้บนแท่นเครื่องสักระยะหนึ่งในอุณหภูมิห้อง เพื่อให้เกิดความสมดุลของอุณหภูมิ (Temperature balance) ก่อนเริ่มติดตั้ง
- แท่นเครื่องควรมีระนาบอ้างอิงที่แข็งแรงและมีความเรียบ (Flatness) ประมาณ 0.02 มิลลิเมตร หรือถ้าไม่มีแนวอ้างอิง อาจใช้ Linear Guide ร่วมกับจิ๊ก (Fixture) ในการจับยึดแทนได้
2 การติดตั้งแร็คตัวแรก (Installation of Rack)
- วางแร็คลงบนแท่นเครื่องให้ตรงตำแหน่งรู แล้วใช้จิ๊กหนีบจับแร็คให้แนบสนิท โดยจัดตำแหน่งแคลมป์ให้ใกล้กับรูน็อตให้มากที่สุด
- ใส่น็อตหัวจม (คลาส 12.9) ลงในรู แล้วขันให้แน่นเพียง 10% ของค่าแรงบิด (Rated Torque) ที่คู่มือกำหนดไว้ก่อน ห้ามขันแน่น 100% ในทันที
- เมื่อจัดตำแหน่งจนแร็คแนบสนิทกับแท่นเครื่องแล้ว ให้ขันน็อตให้แน่นเต็ม 100% ตามค่าแรงบิด โดยต้องเริ่มขันจาก "จุดกึ่งกลางของแร็ค แล้วไล่ลำดับออกไปทางด้านซ้ายและขวา" จากนั้นจึงถอดจิ๊กออก
3 การหาตำแหน่งสูงสุดของแร็ค (Identify the Highest Position)
- หลังจากติดตั้งเสร็จ ให้ใช้พินเกจ (Pin Gauge) แบบแม่เหล็กวางลงในร่องฟันแร็คที่ปลายทั้งสองด้านและตรงกึ่งกลาง
- ใช้ไดอัลเกจ (Micrometer) วัดหาค่าความสูง เพื่อหาจุดที่สูงที่สุดของแร็คตลอดช่วงการทำงาน จากนั้นให้ทำเครื่องหมาย (Mark) ทิ้งไว้
- จุดที่ทำเครื่องหมายนี้จะถูกนำไปใช้เป็นจุดอ้างอิงที่สำคัญในการติดตั้งเฟืองพีเนียน (Pinion) ต่อไป
4 การต่อแร็คตัวถัดไป (Connecting Racks in Sequence)
- ลำดับการต่อแร็คต้องเริ่มจากตัวที่อยู่ใกล้กับจุดกึ่งกลางของแท่นเครื่องมากที่สุด
- นำแร็คตัวที่สองมาวางประกบ ขันน็อตไว้หลวมๆ ที่ 10% ของแรงบิด และต้องใช้เกจวัดแร็ค (Rack Gauge) คว่ำหน้าประกบตรงรอยต่อ เพื่อบังคับให้ระยะพิทช์ (Pitch) ของฟันเกียร์ขบกันได้อย่างพอดี
- เริ่มขันน็อตตัวแรกที่อยู่ใกล้กับรอยต่อมากที่สุดด้วยแรงบิด 50% ของค่าทอร์ค
- ตรวจสอบความสูงตรงรอยต่อด้วยพินเกจอีกครั้ง โดยความสูงตรงรอยต่อ (จุด B) จะต้องเท่ากับค่าเฉลี่ยของความสูงจากฟันแร็คทั้งสองฝั่ง (จุด A และ C)
- หากไม่ได้ตามเกณฑ์ ให้เคาะปรับตำแหน่งซ้าย-ขวาเบาๆ จนกว่าจะได้ระยะที่ถูกต้อง (ระวังอย่าให้แร็คเสียหาย) แล้วจึงขันน็อตให้แน่นเต็ม 100%
5 การเจาะฝังหมุดนำศูนย์ (Positioning Pins)
- หลังจากการตั้งระยะเสร็จสิ้น ให้ใช้สว่านและหัวจับแม่เหล็ก (Magnetic drill holder) เจาะรูทะลุลงไปในแท่นเครื่อง
- ใช้ดอกคว้านรู (Ream) คว้านให้ได้ค่าความเผื่อพินโฮลระดับ H7
- ฝังพินนำศูนย์ (มาตรฐาน DIN 7979 / ISO 8735 A) เพื่อล็อกตำแหน่งแบบถาวร โดยแนะนำให้ใช้พินที่มีรูเกลียวใน เพื่อให้ใช้เครื่องมือดึงถอดออกได้ง่ายหากต้องมีการซ่อมบำรุงในอนาคต
6 การติดตั้งเกียร์บ็อกซ์และพีเนียน (Install the Gearbox with Pinion)
- ที่ตัวเฟืองพีเนียนของ APEX จะมีการทำเครื่องหมายชี้ตำแหน่ง "จุดที่มีการหนีศูนย์มากที่สุด (Highest circular run-out)" เอาไว้แล้ว
- ในขั้นตอนประกอบ จะต้องจัดตำแหน่งเครื่องหมายบนพีเนียนตัวนี้ ให้หมุนมาตรงกับ เครื่องหมายจุดที่สูงที่สุดบนแร็ค (ที่หาไว้ในขั้นตอนที่ 3) พอดี
- ปรับตั้งความสูงจากจุดศูนย์กลาง (Center Height) เพื่อตั้งค่าระยะหลวม (Backlash)
- วิธีการวัด Backlash ทำได้โดยยึดเกียร์บ็อกซ์ให้แน่น ใช้เครื่องมือล็อกเพลาไม่ให้ขยับ แล้วใช้ไดอัลเกจแตะที่ฟันพีเนียน จากนั้นลองขยับพีเนียนไปชนร่องฟันแร็คซ้าย-ขวา เพื่อดูระยะห่างที่เกิดขึ้น
7 การตรวจสอบและทดสอบ (Check after Installation)
- ทำความสะอาดคราบน้ำมันและจาระบีออกให้หมด แล้วทาสี (Color) ลงบนฟันแร็ค
- เลื่อนเกียร์บ็อกซ์เดินหน้าและถอยหลังตลอดความยาว เพื่อดูรอยสัมผัสของสีที่ติดบนฟันเกียร์
- รอยสีจะเป็นตัวบ่งบอกว่าการตั้งฉาก (Perpendicularity), ความขนาน (Parallelism) และความสูง (Center Height) ว่าแนบสนิทถูกต้องหรือไม่
- เมื่อตรวจสอบเสร็จ ให้ทำความสะอาดสีออกให้หมด ทาสารกันสนิม ยึดเกียร์บ็อกซ์ให้แน่นถาวร และทดลองเดินมอเตอร์ด้วยความเร็วต่ำ เพื่อเช็กความราบรื่นและเสียงการทำงานอีกครั้ง
|